กลับไปหน้าบทความ

AI for Work

ใช้ AI ทุกวัน แต่ยังรู้สึกใช้ไม่เป็น? 3 เลเวลใช้ AI ทำงานที่คนใช้ AI เก่งทำกัน

เช็กเลเวลการใช้ AI ของคุณ แล้วค่อย ๆ อัปจากสั่งงานให้ได้ผล เก็บวิธีทำงานไว้ใช้ซ้ำ จนถึงให้ AI ทำแทน พร้อม Prompt และเช็กลิสต์ให้ลองทำตาม

ช่วงนี้มีคนทักมาถามผมทาง LINE OA บ่อยมากครับ ประมาณว่า "ใช้ ChatGPT ทุกวันเลยนะ แต่ทำไมยังรู้สึกเหมือนใช้ไม่เป็นสักที" บางคนก็บอกว่า เห็นคนอื่นให้ AI ทำงานแทนได้แล้ว แต่ตัวเองยังใช้แค่ถามตอบไปวัน ๆ

ถ้าคุณรู้สึกแบบนี้ คุณไม่ได้เป็นอยู่คนเดียวครับ ของใหม่ออกเร็วจนไม่มีใครตามทันจริง ๆ

แต่จากคลาสที่ผมไปสอนมา คนที่ใช้ AI ได้ผลจริงไม่ได้มี Prompt หรือสูตรลับอะไรเลย เขาแค่ค่อย ๆ อัปเลเวลไปทีละขั้น ส่วนพวกเราส่วนใหญ่ยังติดอยู่เลเวลแรก แบบไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีเลเวลต่อไป

บทความนี้สรุปมาจากคลิป YouTube ของผม อ่านจบแล้วจะได้ 3 อย่างครับ

  1. รู้ว่าตอนนี้คุณใช้ AI อยู่เลเวลไหน
  2. รู้ว่าจะอัปไปเลเวลต่อไปต้องทำอะไร
  3. รู้วิธีที่ทำให้ไม่ต้องกลัวตกขบวนอีก ต่อให้เครื่องมือจะเปลี่ยนชื่อไปอีกกี่รอบก็ตาม

ใช้ AI ทำงานให้ได้ผล: ค่อย ๆ อัปทีละเลเวล

เปิดดูบน YouTubeเมื่อกดเล่น จะโหลดวิดีโอจาก YouTube ตามนโยบายของผู้ให้บริการ

การใช้ AI มี 3 เลเวล และต้องอัปทีละเลเวล

แผนที่ 3 เลเวลการใช้ AI ทำงาน LV1 ให้ AI รู้จักงานเรา LV2 เลิกเล่าเรื่องเดิมซ้ำ LV3 ให้ AI ทำงานแทน

การใช้ AI ทำงานแบ่งได้เป็น 3 เลเวลครับ

  • เลเวล 1 ให้ AI รู้จักงานเรา เลิกสั่งลอย ๆ แล้วส่งของจริงให้ AI ดู
  • เลเวล 2 เลิกเล่าเรื่องเดิมซ้ำ อะไรที่ต้องบอกทุกครั้ง ก็เก็บไว้ที่เดียว
  • เลเวล 3 ให้ AI ทำงานแทน งานไหนทำซ้ำ ๆ ก็ให้ AI ทำเอง

ที่สำคัญคือต้องอัปทีละเลเวลนะครับ เหมือนเล่นเกม ด่านแรกยังไม่ผ่าน ด่านต่อไปก็ยังไม่ปลดล็อก ถ้าเลเวล 1 ยังไม่แน่น แล้วกระโดดไปเลเวล 3 เลย เราอาจได้งานมั่ว ๆ ที่ส่งมาตรงเวลาเป๊ะทุกอาทิตย์

แต่ละเลเวลจะมีอาการให้เช็ก 3 ข้อ ลองติ๊กไปด้วยระหว่างอ่านนะครับ

ก่อนเริ่ม: เลือก AI หลักมาสักตัว

จะเป็น ChatGPT, Claude หรือ Gemini ก็ได้ เอาตัวที่ใช้บ่อยที่สุด หรือตัวที่บริษัทซื้อไว้ให้ใช้ ตอนนี้ทั้งสามตัวทำได้พอ ๆ กันแล้ว ใครออกอะไรใหม่ อีกเจ้าก็มีตามมาไม่นาน ใช้ตัวไหนคล่องแล้ว เวลาย้ายไปตัวอื่นก็ใช้เป็นแทบทันที

ถ้าในแอปมีให้เลือกโมเดล และเป็นงานสำคัญ ให้เลือกโมเดลที่เก่งที่สุดที่เราใช้ได้ไปเลยครับ

เลเวล 1: ให้ AI รู้จักงานเรา

เช็กอาการเลเวล 1

ข้อไหนตรงกับคุณบ้าง?ลองติ๊กข้อที่ตรงกับคุณได้เลย ไม่บันทึกข้อมูล

ถ้าเป็นอยู่ข้อใดข้อหนึ่ง แปลว่ายังอยู่เลเวลนี้ครับ ไม่ต้องตกใจนะครับ คนส่วนใหญ่ก็อยู่ตรงนี้กันทั้งนั้น

ทำไมถึงเป็นแบบนี้: ความจำลาง ๆ กับกล่องข้อมูล

AI ใช้ข้อมูลจาก 2 ที่ คือความจำลาง ๆ จากตอนเทรน และกล่องข้อมูลที่เราใส่ให้

AI ไม่ได้ไปเปิดหาคำตอบจากที่ไหนนะครับ มันเดาคำต่อไปทีละคำ คล้ายเวลาเราพิมพ์ไลน์ แล้วคีย์บอร์ดมือถือเดาคำต่อไปให้ แค่ AI เดาเก่งกว่ามาก

ของที่ AI เอามาใช้เดามีอยู่ 2 ที่ครับ

  1. ความจำตอนที่ถูกเทรนมา AI อ่านมาเยอะมาก แต่จำได้แค่ลาง ๆ เหมือนเราจำเนื้อหาหนังสือที่อ่านตอนมหาลัย และความรู้ส่วนนี้หยุดอยู่ตั้งแต่วันที่เทรนเสร็จ
  2. ของที่วางอยู่ตรงหน้า AI ตอนนี้ ผมขอเรียกว่า "กล่องข้อมูล" ก็คือสิ่งที่เราพิมพ์ ไฟล์ที่เราแนบ และแชทที่คุยกันอยู่

ถ้ากล่องข้อมูลว่าง AI ก็ต้องไปควานหาจากความจำลาง ๆ คำตอบเลยออกมาผิดบ้าง แต่งเรื่องเองบ้าง หรือถ้าเราสั่งไปสั้น ๆ ลอย ๆ AI ที่ยังไม่รู้ว่าเราเป็นใคร ทำงานแบบไหน ก็จะตอบกลาง ๆ ไว้ก่อน ใช้ได้กับทุกคน แต่ไม่โดนใครเลย

อีกเรื่องคือกล่องข้อมูลไม่ได้ใหญ่มาก คุยไปยาว ๆ เรื่องที่บอกไว้ตอนต้นอาจเริ่มหล่นหาย และพอปิดแชท กล่องเดิมก็ปิดตาม เปิดแชทใหม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่

เพราะฉะนั้น ทางผ่านเลเวลนี้มีทางเดียวครับ ใส่ของที่ใช่ลงไปในกล่องข้อมูล

สูตรสั่งงาน AI: บอกให้ชัดว่าอยากได้อะไร + ส่งของจริงให้ดู

สูตรสั่งงาน AI บอกให้ชัดว่าอยากได้อะไร บวก ส่งของจริงให้ดู

สูตรของผมจำง่ายมากครับ บอกให้ชัดว่าอยากได้อะไร แล้วส่งของจริงให้ AI ดู

อยากได้อะไร คือ งานนี้เอาไปใช้ทำอะไร ใครเป็นคนอ่าน และอ่านจบแล้วเขาต้องทำอะไรต่อ

ของจริงที่ส่งให้ AI ดู มีได้ 3 แบบ

  1. งานเก่าที่เคยใช้ได้มาแล้ว อยากได้รายงานแบบที่หัวหน้าชอบ ไม่ต้องนั่งอธิบายว่าหัวหน้าชอบแบบไหน แนบฉบับที่หัวหน้าเคยให้ผ่านไปเลย
  2. ชื่อวิธีที่มีคนคิดไว้แล้ว เช่น พิมพ์แค่ว่า "เรียบเรียงใหม่แบบ pyramid principle" AI จะรู้ทันทีว่าต้องเอาข้อสรุปขึ้นก่อน แล้วค่อยตามด้วยเหตุผล
  3. ไฟล์จริงที่มีอยู่แล้ว เอกสาร อีเมล ไฟล์ตัวเลข ถ้า AI ที่ใช้เชื่อมกับ Google Drive หรืออีเมลได้ ก็สั่งให้ AI ไปหยิบเองได้เลย

ตัวอย่างจริง: รายงานประจำสัปดาห์ของคุณฟ้า

สมมติเราเป็นคุณฟ้า ทำงานอยู่ที่ ABC Wellness ทุกวันศุกร์ต้องสรุปรายงานของ 3 สาขาส่งให้พี่เก่งที่เป็นหัวหน้า

รอบแรก สั่งแบบที่คนส่วนใหญ่สั่ง แปะโน้ตของอาทิตย์นี้ แล้วพิมพ์บรรทัดเดียว

PROMPT: สั่งลอย ๆ (แบบที่ไม่แนะนำ)
ช่วยสรุปรายงานประจำสัปดาห์จากโน้ตนี้ให้หัวหน้าหน่อย
{แปะโน้ตดิบสัปดาห์นี้}

ได้มาดูเรียบร้อย หัวข้อครบ แต่อ่านดี ๆ จะเห็นว่ากลาง ๆ ไม่ได้บอกพี่เก่งว่าต้องตัดสินใจเรื่องอะไร และบางข้อที่ไม่มีในโน้ต AI ก็เติมเอาเอง

รอบที่สอง ใช้โน้ตชุดเดิมเป๊ะ แต่บอกว่าอยากได้อะไร และแนบรายงานที่พี่เก่งเคยให้ผ่าน 2 ฉบับ

PROMPT: บอกว่าอยากได้อะไร + ส่งของจริง
อยากได้: รายงานประจำสัปดาห์ส่ง {พี่เก่ง} อ่านจบใน 1 นาที แล้วรู้ว่าสาขาไหนต้องช่วย
ตัวอย่าง: แนบรายงานที่ {พี่เก่ง} เคยให้ผ่าน 2 ฉบับ ทำรูปแบบ ความยาว และโทนให้เหมือนกัน
ข้อมูลสัปดาห์นี้: ตามโน้ตด้านล่าง ข้อไหนไม่มี ให้เขียนว่า "ไม่มีข้อมูล" ห้ามเดาเอง
{แปะโน้ตดิบสัปดาห์นี้}
เปรียบเทียบรายงานที่ได้จากการสั่ง AI แบบลอย ๆ กับการบอกว่าอยากได้อะไรและส่งตัวอย่างจริง

ผลที่ได้ออกมาหน้าตาเหมือนที่พี่เก่งคุ้นเลยครับ สั้น เปิดมาเจอเรื่องที่ต้องตัดสินใจก่อน ข้อไหนไม่มีข้อมูล AI ก็บอกตรง ๆ ว่าไม่มี ไม่มั่วเอาเอง

สังเกตนะครับ Prompt แทบไม่ได้ยาวขึ้นเลย ที่ต่างกันจริง ๆ คือของในกล่องข้อมูล

สรุปเลเวล 1: เลิกอธิบาย แล้วส่งของจริงให้ AI ดูแทน

เลเวล 2: เลิกเล่าเรื่องเดิมซ้ำ

เช็กอาการเลเวล 2

ข้อไหนตรงกับคุณบ้าง?ลองติ๊กข้อที่ตรงกับคุณได้เลย ไม่บันทึกข้อมูล

ถ้าเป็นอยู่ข้อใดข้อหนึ่ง แปลว่าคุณผ่านเลเวล 1 มาแล้ว แต่ยังติดอยู่ที่เลเวลนี้ครับ

ทางแก้คือ อะไรที่ต้องบอกทุกครั้ง ให้เก็บไว้ที่เดียว แล้วให้ AI หยิบไปใช้เอง

ที่เก็บ 2 แบบ: ห้องทำงาน กับ การ์ดคำสั่ง

ที่เก็บวิธีทำงานใน AI 2 แบบ ห้องทำงาน Projects ใน ChatGPT และ Claude กับการ์ดคำสั่ง Skills ใน Gemini และ Claude

ตอนนี้ AI ทุกเจ้ามีที่เก็บแบบนี้หมดแล้วครับ แค่เรียกชื่อต่างกัน ผมแบ่งเป็น 2 แบบให้จำง่าย ๆ

  • ห้องทำงาน ใน ChatGPT กับ Claude เรียกว่า Projects นึกภาพเหมือนจัดห้องให้พนักงานใหม่ มีกฎกติกาติดผนัง มีแฟ้มข้อมูลให้เปิดดู ทุกแชทในห้องนี้จะรู้เรื่องพวกนี้ตั้งแต่แรก
  • การ์ดคำสั่ง ใน Gemini ตอนนี้เรียกว่า Skills ส่วนใน Claude ก็มีเหมือนกัน คือเขียนวิธีทำงานเก็บไว้เป็นการ์ดใบหนึ่ง จะใช้ตอนไหนก็หยิบขึ้นมา

แบ่งง่าย ๆ ครับ งานยาว ๆ ที่มีไฟล์เยอะ ใช้ห้องทำงาน (Projects) ส่วน งานที่ทำแบบเดิมทุกครั้ง เช่น สรุปประชุม หรือร่างอีเมลตอบลูกค้า ใช้การ์ดคำสั่ง (Skills)

อย่างกรณีคุณฟ้า ผมสร้าง Project ชื่อ "รายงานประจำสัปดาห์" เอาสิ่งที่พิมพ์บอก AI ในเลเวล 1 มาตั้งเป็นกติกาของ Project แล้วแนบรายงานตัวอย่าง 2 ฉบับไว้ในห้อง

PROMPT: กติกาของห้อง (Project Instructions)
งานในห้องนี้: รายงานประจำสัปดาห์ 3 สาขาของ {ABC Wellness} ส่ง {พี่เก่ง}
คนอ่านต้องอ่านจบใน 1 นาที แล้วรู้ว่าสาขาไหนต้องช่วย
ทำตามรูปแบบรายงานตัวอย่างในไฟล์ของห้องนี้
ข้อไหนไม่มีในโน้ต ให้เขียนว่า "ไม่มีข้อมูล" ห้ามเดาเอง

ต่อไปทุกวันศุกร์ แค่โยนโน้ตเข้าไป แล้วพิมพ์ว่า "ทำรายงานของอาทิตย์นี้" ก็จบเลยครับ

เทคนิคที่คนใช้น้อยมาก: ส่ง Before / After ให้ AI ดู

วงจรส่ง Before และ After ให้ AI ดู เพื่อสรุปเป็นกฎและเก็บไว้ในห้องทำงาน ทำให้ต้องแก้งานน้อยลง

ลองนึกดูนะครับ ปกติ AI ร่างงานมา เราก็แก้ก่อนส่ง แก้เสร็จก็ส่งเลย แบบนี้ AI ไม่มีทางรู้เลยว่าเราแก้อะไรไปบ้าง อาทิตย์หน้าก็จะพลาดจุดเดิมอีก

ลองนึกถึงเวลาหัวหน้าแก้งานเราครับ เราจะนั่งดูว่าเขาแก้ตรงไหน ครั้งหน้าจะได้ไม่โดนแก้อีก กับ AI ก็ทำแบบนั้นได้เหมือนกัน ส่งทั้งร่างแรก (Before) และฉบับที่แก้แล้ว (After) ให้ AI ดู แล้วให้สรุปออกมาเป็นกฎ

PROMPT: ส่ง Before / After ให้ AI ดู
ไฟล์แรก (Before) คือร่างที่คุณเขียน ไฟล์ที่สอง (After) คือฉบับที่ผมแก้แล้วส่งจริง
ช่วยดูว่าผมแก้อะไรไปบ้าง แล้วสรุปเป็นกฎสั้น ๆ ไม่เกิน 5 ข้อ ไว้ใช้ครั้งหน้า
ข้อไหนดูเหมือนแก้แค่ครั้งนี้ ให้ถามผมก่อนว่าจะเก็บเป็นกฎมั้ย

ได้กฎมาแล้ว ก๊อปไปเพิ่มในกติกาของ Project ครั้งหน้า AI ก็จะทำตามเองตั้งแต่รอบแรก ทำแบบนี้ทุกครั้งที่ต้องแก้เยอะ ผ่านไปไม่กี่อาทิตย์ ร่างแรกที่ได้มาจะต้องแก้น้อยลงเรื่อย ๆ ครับ

สรุปเลเวล 2: สอนครั้งเดียว ใช้ได้ทุกครั้ง แล้วให้ AI เก่งขึ้นจากที่เราแก้

เลเวล 3: ให้ AI ทำงานแทน

เช็กอาการเลเวล 3

ข้อไหนตรงกับคุณบ้าง?ลองติ๊กข้อที่ตรงกับคุณได้เลย ไม่บันทึกข้อมูล

ถ้าเป็นอยู่ข้อใดข้อหนึ่ง ก็ถึงเวลาเลิกเป็นคนกดสั่งเองทุกครั้งแล้วครับ เลเวลนี้เราจะปล่อยให้ AI ทำงานเอง

ตัวกรอง 3 คำถาม: งานไหนให้ AI ทำแทนได้

ตัวกรอง 3 คำถามเลือกงานให้ AI ทำแทน ทำบ่อยมั้ย ทำแบบเดิมทุกครั้งมั้ย น่าเบื่อมั้ย

ไม่ใช่ทุกงานจะโยนให้ AI ทำได้นะครับ ผมใช้คำถามง่าย ๆ 3 ข้อกรองงาน

  1. งานนี้ทำบ่อยมั้ย
  2. ทำแบบเดิมทุกครั้งมั้ย
  3. น่าเบื่อมั้ย

ถ้าใช่ทั้ง 3 ข้อ โยนให้ AI ได้เลยครับ แต่ถ้าเป็นงานที่ต้องคิด ต้องตัดสินใจ หรือต้องคุยกับคน อันนั้นเก็บไว้ทำเองดีกว่า

เป้าหมายไม่ใช่ให้ AI ทำทุกอย่างแทนเรา แต่คือเอางานจุกจิกที่แอบกินเวลาในแต่ละอาทิตย์ออกไป

ให้ AI ทำงานแทนได้ 2 แบบ

ให้ AI ทำงานแทน 2 แบบ ตั้งเวลาให้ทำเอง และให้ AI ทำงานหลายขั้นตอนข้ามแอป

แบบที่ 1 ตั้งเวลาให้ AI ทำ เหมือนตั้งนาฬิกาปลุก บอกไว้ว่างานนี้ให้ทำทุกเช้าวันจันทร์ 8 โมง พอถึงเวลา AI ก็ทำเอง เราไม่ต้องเปิดแชทเลย ตัวอย่างเช่น ChatGPT ที่ตั้งงานล่วงหน้าได้

PROMPT: ตัวอย่างงานตั้งเวลา
ทุก {วันจันทร์ 8 โมงเช้า} สรุปข่าว {เรื่องที่ติดตาม} ของอาทิตย์ที่ผ่านมา
เอาแค่ 5 ข่าวที่กระทบงาน {ตำแหน่งของคุณ} มากที่สุด ข่าวละ 2 บรรทัด พร้อมลิงก์ที่มา

แบบที่ 2 ให้ AI ทำงานหลายขั้นตอนต่อกัน ข้ามหลายแอป เหมือนมีผู้ช่วยที่เปิดอีเมลอ่านให้ เปิดไฟล์ยอดขายดูให้ แล้วเขียนสรุปวางไว้ให้ ตัวอย่างก็คือ Task ใน Gemini (เมื่อก่อนชื่อ Gemini Spark) และ Claude Cowork ที่ทำงานกับไฟล์ในเครื่องของเราได้

ลองนึกภาพพี่เก่งนะครับ เช้าวันจันทร์ไม่ต้องนั่งไล่อ่านอีเมลที่ค้างอยู่ ไม่ต้องเปิด Google Sheet ดูตัวเลขเอง เปิดเครื่องมาก็มีสรุปรออยู่ แค่อ่านแล้วตัดสินใจ

ผมทำคลิปสอนทั้งสองตัวนี้แบบเต็ม ๆ ไว้แล้ว ดูได้ที่ลิงก์ท้ายบทความครับ

ขอย้ำอีกทีนะครับ ถ้างานในเลเวล 1 กับเลเวล 2 ยังไม่นิ่ง อย่าเพิ่งรีบข้ามมาเลเวลนี้ และตอนเริ่มเอางานเดียวก่อนพอ เลือกงานที่น่าเบื่อที่สุดของเรา ให้ AI รันเองได้ก่อน แล้วค่อยเพิ่มงานอื่นทีหลัง

สรุปเลเวล 3: งานซ้ำ ๆ ให้ AI ทำ ส่วนงานที่ต้องใช้หัวคิด เก็บไว้ที่เรา

ตาม AI ไม่ทัน ทำยังไงดี: จับแก่น อย่าจำแค่เปลือก

ผมว่าเรื่องนี้สำคัญที่สุดในบทความนี้เลยครับ คือทำยังไงให้เราไม่รู้สึกว่าตาม AI ไม่ทันอีก

ลองดูแค่ช่วงเดือนกว่า ๆ ที่ผ่านมา (ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2569)

  • Gemini Spark เปลี่ยนชื่อเป็น Task
  • Gems ของ Gemini กำลังจะกลายเป็น Skills
  • ChatGPT กำลังจะเลิกใช้ Custom GPTs แล้วให้ไปใช้ Plugins แทน

ถ้าเราจำการใช้ AI เป็นชื่อปุ่มหรือชื่อฟีเจอร์ ยังไงก็ตามไม่ทันครับ

เปลือกคือชื่อเครื่องมือและฟีเจอร์ที่เปลี่ยนบ่อย แก่นคือ 3 เลเวลการใช้ AI ที่แทบไม่เปลี่ยน

เรื่อง AI มีอยู่ 2 ส่วนครับ

  • เปลือก คือชื่อเครื่องมือ ปุ่ม เมนู โมเดลใหม่ ๆ ส่วนนี้เปลี่ยนแทบทุกอาทิตย์
  • แก่น คือ 3 เลเวลที่เล่ามาทั้งหมด ส่งของจริงให้ AI ดู เก็บไว้ใช้ซ้ำ และให้ AI ทำงานแทน ส่วนนี้แทบไม่เปลี่ยนเลย

อย่าง Gems ที่กลายเป็น Skills ชื่อเปลี่ยนก็จริง แต่แก่นยังเป็นเรื่องเก็บไว้ใช้ซ้ำเหมือนเดิม คนที่จับแก่นได้ พอเห็นของใหม่ออกมา ก็แค่ "อ๋อ ของเดิมที่เปลี่ยนชื่อใหม่นี่เอง"

ชุดทดสอบส่วนตัว 5 งาน

ชุดทดสอบส่วนตัว 5 งาน ใช้เช็กว่า AI ตัวใหม่ช่วยงานเราได้ดีขึ้นจริงหรือไม่

อีกวิธีที่ช่วยให้จับแก่นได้ตลอด ผมเรียกว่า "ชุดทดสอบส่วนตัว" ครับ

  1. เลือกงานจริงของเรามา 5 งาน จะเป็นงานที่ใช้ AI ทำอยู่แล้ว หรืองานที่อยากให้ AI ทำก็ได้ จดเก็บไว้ที่เดียว พร้อมไฟล์ที่ต้องใช้
  2. มีของใหม่ออกมา ก็เอามาลองกับ 5 งานนี้ ไม่ต้องเชื่อใคร ไม่ต้องดูตารางวัดคะแนน ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็รู้แล้วว่าช่วยงานเราได้จริง หรือแค่ฟังดูดี
  3. ดีกว่าจริงค่อยย้าย ส่วนใหญ่ลองแล้วจะเจอว่าไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่ ก็ใช้ของเดิมต่อได้สบายใจ แต่ถ้าดีกว่าจริง ก็หยิบมาใช้เฉพาะงานนั้นพอ

แค่นี้เราก็ไม่ต้องวิ่งไล่ตามใครแล้วครับ เพราะเราเป็นคนเลือกเองว่าจะใช้อะไร

ข้อควรรู้ก่อนใช้จริง 3 เรื่อง

  1. ใช้ฟรีหรือต้องจ่ายเงิน เลเวล 1 กับเลเวล 2 ตอนนี้ใช้ฟรีได้เกือบหมดแล้ว ทั้ง Projects ของ ChatGPT กับ Claude และ Skills ของ Gemini แค่มีข้อจำกัด เช่น จำนวนไฟล์ หรือจำนวนครั้งที่ใช้ได้ต่อวัน ส่วนเลเวล 3 แบบฟรีลองได้บางส่วน อย่าง ChatGPT แบบฟรีตั้งงานล่วงหน้าได้ 3 งาน และรันได้ไม่เกินวันละครั้ง แต่แบบที่ทำงานหลายขั้นตอนข้ามแอป อย่าง Task ของ Gemini ต้องจ่ายรายเดือน
  2. ชื่อต่าง ๆ จะเปลี่ยนอีกแน่นอน ข้อมูลในบทความนี้ถูกต้อง ณ เดือนตุลาคม 2569 ชื่อปุ่มหรือชื่อฟีเจอร์อาจเปลี่ยนอีก แต่ 3 เลเวลนี้ไม่เปลี่ยน
  3. ระวังของที่ใส่ลงในกล่องข้อมูล อะไรที่ปกติเราไม่ส่งให้คนนอกบริษัท ก็อย่าใส่ลงไปในกล่องข้อมูลเหมือนกัน หลักคิดเดียวกันเลยครับ

สรุป 3 เลเวลใช้ AI ทำงาน

  • เลเวล 1 ส่งของจริงให้ AI ดู
  • เลเวล 2 เก็บไว้ใช้ซ้ำ แล้วให้ AI เก่งขึ้นจากที่เราแก้
  • เลเวล 3 งานซ้ำ ๆ ให้ AI ทำแทน

แล้วเก็บชุดทดสอบ 5 งานไว้ เราจะได้ไม่ต้องวิ่งไล่ตามใครอีก

คำถามที่พบบ่อย

ใช้ AI ตัวไหนดี ChatGPT, Gemini หรือ Claude? ตัวไหนก็ได้ครับ ตอนนี้ทั้งสามตัวทำได้พอ ๆ กันแล้ว เลือกตัวที่ใช้บ่อยที่สุด หรือตัวที่บริษัทซื้อไว้ให้ แล้วใช้ให้คล่องตัวเดียวก่อน 3 เลเวลในบทความนี้ใช้ได้กับทุกตัว

ทำไม AI ตอบกลาง ๆ หรือตอบผิดแบบมั่นใจ? เพราะกล่องข้อมูลว่างครับ AI เลยต้องเดาจากความจำลาง ๆ ตอนถูกเทรน ทางแก้คือบอกให้ชัดว่าอยากได้อะไร และส่งของจริงให้ดู เช่น งานเก่าที่เคยผ่าน หรือไฟล์ข้อมูลจริง

Projects กับ Skills ต่างกันยังไง? Projects เหมือนห้องทำงาน เหมาะกับงานยาว ๆ ที่มีไฟล์เยอะ ส่วน Skills เหมือนการ์ดคำสั่ง เหมาะกับงานที่ทำแบบเดิมทุกครั้ง เช่น สรุปประชุม หรือร่างอีเมลตอบลูกค้า

ใช้ AI ฟรีทำได้ถึงเลเวลไหน? เลเวล 1 และ 2 ใช้ฟรีได้เกือบหมดแต่มีข้อจำกัดเรื่องจำนวนไฟล์และจำนวนครั้ง เลเวล 3 ลองฟรีได้บางส่วน ส่วนการทำงานหลายขั้นตอนข้ามแอปมักต้องจ่ายรายเดือน (ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2569)

เช็กฟรีว่าคุณอยู่เลเวลไหน: App AI Level Up

หน้าจอ App AI Level Up สำหรับเช็กเลเวลการใช้ AI ฟรี

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าตอนนี้อยู่เลเวลไหน ผมทำ App ไว้ให้แล้วครับ ชื่อ AI Level Up

  • ตอบคำถามสั้น ๆ 5 ข้อ รู้เลยว่าอยู่เลเวลไหน และควรทำอะไรต่อ
  • มี Prompt จากในคลิปให้คัดลอกไปใช้ได้เลย
  • มีช่องจดชุดทดสอบ 5 งานของคุณเอง
  • ใช้ฟรี ไม่ต้องกรอกอีเมล

AI LEVEL UP

ลองใช้กับงานของคุณ

เช็กเลเวลฟรี พร้อม Prompt และชุดทดสอบ 5 งาน

เปิด App AI Level Up

อยากมีคนพาอัปเลเวลไปด้วยกัน

ผมรวมคอร์สที่เหมาะกับแต่ละเลเวลไว้ที่ NewVeerachai Learning Space ครับ

เลเวล 1

The Art of Prompting (ฟรี)

สั่งงาน AI ให้ได้งานจริงตั้งแต่รอบแรก

ดูคอร์ส

เลเวล 2

Gemini Masterclass

ใช้ Gemini ทำงานจริงทุกวัน เก็บวิธีทำงานไว้ใช้ซ้ำ

ดูคอร์ส

เลเวล 3

Mastering Claude Cowork

ส่งงานให้ AI ทำแทน ตั้งเวลา เชื่อมแอป และสร้าง Skill เอง

ดูคอร์ส

คลิปที่เกี่ยวข้อง สำหรับคนที่อยู่เลเวล 3 แล้ว

หน้าปกคลิป Claude Cowork 101YOUTUBEClaude Cowork 101เริ่มใช้งาน Claude Cowork ด้วยหลักการที่นำไปใช้กับงานจริงได้ดูคลิปบน YouTube หน้าปกคลิป Gemini Spark (ตอนนี้ชื่อ Task)YOUTUBEGemini Spark (ตอนนี้ชื่อ Task)ส่งงานซ้ำ ๆ ให้ AI ทำแทน สั่งครั้งเดียว รันเองทุกสัปดาห์ดูคลิปบน YouTube

อ่านจบแล้ว บอกผมหน่อยนะครับว่าตอนนี้อยู่เลเวลไหน ติดตรงไหน คอมเมนต์ไว้ใต้คลิป YouTube ได้เลย ผมอ่านทุกคอมเมนต์ครับ

หน้าปกคลิป ใช้ AI ทำงาน: ค่อย ๆ อัปทีละเลเวลYOUTUBEใช้ AI ทำงาน: ค่อย ๆ อัปทีละเลเวลดูคลิปเต็ม พร้อมตัวอย่างและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นใต้คลิปดูคลิปบน YouTube