
คุณเคยอัปโหลดไฟล์ให้ AI แล้วพิมพ์สั้น ๆ ว่า "ช่วยทำ infographic จากเอกสารนี้ให้หน่อย" ไหมครับ
ได้ภาพมาสวย แต่พอมองดี ๆ มันไม่ใช่สิ่งที่เราอยากสื่อ เลยสั่งใหม่ ได้อีกแบบ ก็ยังไม่ใช่อีก วนอยู่แบบนี้ห้ารอบหกรอบ สุดท้ายก็เลือกอันที่ดูโอเคที่สุดไปใช้ ทั้งที่ในใจก็รู้ว่ามันไม่ตรง
ปัญหานี้ไม่ได้อยู่ที่ AI และไม่ได้อยู่ที่ prompt ของคุณไม่เก่งพอ แต่อยู่ที่เราสั่งให้มันวาด ตั้งแต่ตอนที่เรายังไม่รู้ว่าเราจะสื่ออะไร
บทความนี้จะพาไปดูหลักคิดสามขั้นที่ผมใช้จริง คือ ตัด จัด วาด พร้อม prompt ที่คัดลอกไปใช้ได้ทันที และตารางที่ช่วยเลือกว่าเอกสารแบบไหนควรทำเป็นภาพแบบไหน
วิธีสั่ง ChatGPT ให้ทำ Infographic แบบมืออาชีพ ด้วยหลักคิด ตัด จัด วาด
เปิดดูบน YouTubeเมื่อกดเล่น จะโหลดวิดีโอจาก YouTube ตามนโยบายของผู้ให้บริการถ้าสะดวกดูคลิป ผมลองทำให้ดูจริงกับเอกสารสามชนิดในคลิปด้านบน แต่ถ้าอยากอ่านอย่างเดียว เลื่อนอ่านต่อได้เลยครับ มีครบเหมือนกัน
ทำไมภาพที่ AI ทำถึงสวยแต่ใช้ไม่ได้
ลองนึกภาพว่าคุณส่งคู่มือพนักงานเก้าหน้าให้ AI แล้วบอกแค่ว่าทำ infographic ให้หน่อย
สิ่งที่ AI ทำได้คือเอาหัวข้อจากสารบัญมาเรียงให้สวย ทุกหัวข้อขนาดเท่ากันหมด ซึ่งแปลว่าไม่มีอะไรสำคัญกว่าอะไรเลย
ภาพนั้นไม่ได้ผิดครับ มันแค่ไม่ได้ตอบคำถามของใคร เพราะเราไม่เคยบอกมันว่าใครจะเป็นคนอ่าน และคนคนนั้นควรจำอะไรกลับไป
AI ช่วยวาดภาพและเสนอไอเดียได้ แต่การตัดสินใจว่าจะสื่ออะไรให้ใครยังต้องเริ่มจากคุณ และการคิดนั้นมีลำดับของมันอยู่
หลักคิด 3 ขั้น ตัด จัด วาด
จุดสำคัญที่สุดของทั้งบทความอยู่ตรงนี้ครับ คุณเป็นคนตัดสินใจในสองขั้นแรก ใช้ AI ช่วยคัดข้อมูลและเสนอทางเลือกได้ แต่ต้องเลือกให้ชัดก่อนสั่งวาด
- ตัด คือเลือกว่าอะไรต้องอยู่ในภาพ อะไรตัดทิ้ง
- จัด คือเลือกว่าสารแบบนี้ควรอยู่ในโครงแบบไหน
- วาด คือบอก AI ให้ชัดว่าอะไรใหญ่ อะไรเล็ก แล้วปล่อยให้มันทำ
คนส่วนใหญ่ข้ามสองขั้นแรกไปเลย แล้วกระโดดไปสั่งวาดทันที นั่นคือสาเหตุที่ต้องสั่งซ้ำหลายรอบ
ขั้นที่ 1 ตัด
ก่อนเปิด AI ให้ตอบคำถามเดียวนี้ให้ได้ก่อน คนที่เห็นภาพนี้ ควรจำอะไรกลับไปหนึ่งอย่าง
ถ้าตอบไม่ได้ ภาพจะรกแน่นอน เพราะเราจะใส่ทุกอย่างที่คิดว่าสำคัญลงไปหมด แล้วคนอ่านจะไม่ได้อะไรกลับไปเลยสักอย่าง
เอกสารหนึ่งฉบับอาจมีข้อมูลยี่สิบถึงสามสิบข้อ ถ้าใส่ทั้งหมดในภาพเดียวจะอ่านยาก ลองเริ่มจากห้าถึงหกข้อที่คนอ่านต้องใช้จริงก่อน
infographic ที่ดีจึงไม่ได้เกิดจากการใส่ แต่เกิดจากการตัด และข้อที่ตัดออกไม่ได้หายไปไหน มันยังอยู่ในเอกสารต้นฉบับ ภาพมีหน้าที่พาคนเข้าไปหาเอกสาร ไม่ใช่มาแทนเอกสาร
prompt สำหรับขั้นนี้ สังเกตว่าเรายังไม่ให้มันวาดอะไรเลย
จากเอกสารไฟล์นี้ ช่วยคัดเฉพาะเรื่องที่ [ใครคือคนอ่าน]
ต้องใช้จริงใน [กรอบเวลาหรือสถานการณ์] ออกมาให้ผม
เงื่อนไข
- ห้ามเกิน 6 ข้อ
- เรียงจากเรื่องที่น่าจะถูกถามบ่อยที่สุดลงมา
- แต่ละข้อเขียนไม่เกิน 15 คำ
- ข้อไหนที่มีตัวเลขหรือกำหนดเวลา ให้ระบุตัวเลขมาด้วย
แล้วบอกผมด้วยว่าคุณตัดเรื่องอะไรออกไปบ้าง และตัดเพราะอะไรบรรทัดสุดท้ายสำคัญที่สุดครับ เพราะบางทีสิ่งที่มันตัดออกคือสิ่งที่เราคิดว่าสำคัญ ถ้าไม่ขอให้บอก เราจะไม่มีทางรู้เลย
ขั้นที่ 2 จัด
พอรู้แล้วว่าจะสื่ออะไร ขั้นต่อไปคือเลือกโครง และวิธีเลือกที่ถูกคือไม่ได้ดูว่าเอกสารเราหน้าตาเป็นยังไง แต่ดูว่าคนอ่านมีคำถามอะไรอยู่ในหัว
เลือกโครงผิด ต่อให้ prompt ดีแค่ไหน ภาพก็สื่อไม่ได้
| คำถามในหัวคนอ่าน | โครงที่ใช้ | เหมาะกับเอกสารแบบไหน |
|---|---|---|
| ฉันควรเลือกอันไหน | เปรียบเทียบ | แพ็กเกจ ตัวเลือกประกัน ข้อเสนอสองสามทาง |
| ฉันต้องทำอะไรก่อน | ลำดับขั้นตอน | SOP คู่มือปฏิบัติงาน ขั้นตอนขออนุมัติ |
| อะไรเป็นก้อนใหญ่ | สัดส่วน | โครงสร้างต้นทุน สัดส่วนรายได้ การกระจายงบ |
| มันเปลี่ยนไปยังไง | ก่อนหลัง | ผลการปรับกระบวนการ การเทียบไตรมาสหรือเทียบปี |
| เกิดอะไรขึ้นเมื่อไหร่ | ไทม์ไลน์ | แผนโปรเจกต์ ประวัติการเปลี่ยนแปลง กำหนดส่งงาน |
prompt สำหรับขั้นนี้ ให้มันเสนอมาสองทางแล้วเราเป็นคนเลือก
จาก [จำนวน] ข้อนี้ ถ้าจะทำเป็นภาพเดียวให้ [ใครคือคนอ่าน] อ่าน
คุณคิดว่าควรจัดเป็นโครงแบบไหน
เสนอมา 2 ทางเลือก แต่ละทางบอกด้วยว่า
- จัดวางยังไง อะไรอยู่บนอะไรอยู่ล่าง
- เหมาะกับคนอ่านกลุ่มนี้เพราะอะไร
- ข้อเสียของทางเลือกนี้คืออะไร
ยังไม่ต้องสร้างภาพนะครับ ผมจะเลือกก่อนบรรทัด ยังไม่ต้องสร้างภาพ ต้องมีทุกครั้งครับ ไม่อย่างนั้นมันจะรีบวาดให้เลยทั้งที่เรายังไม่ได้เลือก
ขั้นที่ 3 วาด
พอมาถึงขั้นวาด มีสองเรื่องที่ต้องบอก AI ให้ชัด
เรื่องแรก ตัวเลขทุกตัวต้องมีตัวเทียบ การบอกว่าโตสิบแปดเปอร์เซ็นต์เฉย ๆ คนอ่านไม่รู้ว่าเยอะหรือน้อย ต้องบอกด้วยว่าเทียบกับอะไร เทียบกับปีที่แล้ว เทียบกับเป้า หรือเทียบกับหน่วยอื่น
เรื่องที่สอง ลำดับสายตาคือลำดับความสำคัญ อะไรที่ใหญ่ที่สุดในภาพ คนจะเข้าใจอัตโนมัติว่านั่นสำคัญที่สุด เราจึงต้องสั่งเลยว่าอะไรใหญ่ อะไรรอง อะไรเล็ก ไม่ปล่อยให้ AI จัดเอง เพราะ AI จัดตามความสวย ไม่ได้จัดตามความสำคัญ
สร้าง infographic จากโครงที่เราเลือกไว้ ตามสเปกนี้
ขนาด: [แนวตั้ง 2:3 / แนวนอน 16:9 สำหรับสไลด์]
ลำดับสายตา
- พาดหัวใหญ่ที่สุด อ่านได้จากระยะ 2 เมตร
- เนื้อหาที่เลือกไว้ ขนาดรองลงมา เรียงตามลำดับเดิม
- ตัวเลขและกำหนดเวลาในแต่ละข้อ ให้เน้นให้เด่นกว่าข้อความรอบ ๆ
- ท้ายภาพใส่บรรทัดเล็ก: [ข้อความบอกที่มาของข้อมูล]
ข้อความทั้งหมดเป็นภาษาไทย และต้องสะกดตรงตามที่ระบุไว้ทุกตัวอักษร
โทนสี: [สีหลัก] เป็นสีหลัก [สีเน้น] ใช้เน้นเฉพาะตัวเลข พื้นหลังขาว
ห้ามใส่
- ข้อมูลที่ไม่ได้อยู่ในรายการที่คัดไว้
- ไอคอนหรือภาพประกอบที่ไม่ได้สื่อความหมายprompt นี้ยาวกว่าตอนสั่งสั้น ๆ เยอะ แต่มันยาวเพราะเรารู้แล้วว่าจะสื่ออะไร ไม่ได้ยาวเพราะเดา
ลองจริงกับเอกสาร 3 ชนิดที่คนทำงานเจอบ่อยที่สุด
1 คู่มือพนักงาน 9 หน้า ที่ไม่มีใครอ่าน
คู่มือพนักงานเป็นเอกสารที่เขียนดีมาก ถูกต้องทุกอย่าง แต่พนักงานเข้าใหม่ไม่มีใครอ่านจนจบ แล้วสุดท้ายก็เดินมาถามฝ่ายบุคคลอยู่ดี คำถามเดิม ๆ ทุกเดือน
พอเดินครบสามขั้น สิ่งที่ได้คือภาพเดียวที่ติดบอร์ดได้ มีหกเรื่องที่พนักงานใหม่ต้องใช้จริงในสามเดือนแรก เรียงตามความถี่ที่ถูกถาม และตัวเลขทุกตัวเด่นกว่าข้อความรอบ ๆ
ดูการเปรียบเทียบผลลัพธ์จากไฟล์เดียวกันและเครื่องมือเดียวกันได้ในคลิป ความต่างอยู่ที่การคิดก่อนสั่งครับ
2 ตารางตัวเลขที่ตาเปล่ามองไม่เห็นอะไรเลย
ตารางยอดขายที่มีสามสาขา คูณสี่ประเภทสินค้า คูณสองปี รวมยี่สิบสี่ช่อง มองผ่าน ๆ แล้วอาจยังไม่เห็นข้อสรุป เพราะต้องเทียบทั้งสาขา ประเภทสินค้า และเวลาในคราวเดียว
ขั้นตัดของเอกสารประเภทนี้จึงไม่ใช่การคัดข้อความ แต่เป็นการหาข้อสรุป
จากไฟล์นี้ ช่วยหาข้อสรุปที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ให้ผม 3 ข้อ
เงื่อนไข
- ห้ามบอกแค่ว่าอะไรมากที่สุดหรือน้อยที่สุด เพราะเปิดไฟล์ก็เห็นแล้ว
- ต้องเป็นข้อสรุปที่ได้จากการเทียบมากกว่า 1 แกนเข้าด้วยกัน
- ทุกข้อต้องอ้างตัวเลขจากไฟล์เท่านั้น ห้ามประมาณหรือเติมเอง
- ถ้าข้อไหนข้อมูลไม่พอจะสรุป ให้บอกตรง ๆ ว่าไม่พอ
แล้วเรียงให้ผมว่าข้อไหน [ผู้บริหาร / ทีม / ลูกค้า] ควรรู้ก่อนสองบรรทัดที่สำคัญที่สุดคือ ห้ามประมาณหรือเติมเอง และ ถ้าข้อมูลไม่พอให้บอกตรง ๆ เพราะเวลาทำงานกับตัวเลข การที่ AI เดาให้แล้วเราไม่รู้ตัว อันตรายกว่าการที่มันตอบไม่ได้
พอได้ข้อสรุปแล้ว ขั้นจัดของเอกสารประเภทนี้มักเป็นโครงสัดส่วน เพราะสิ่งที่เราจะบอกคือก้อนไหนใหญ่ผิดปกติ และพาดหัวของภาพต้องเป็นข้อสรุป ไม่ใช่ชื่อรายงาน
3 ขั้นตอนการทำงานที่มีทางแยก
เอกสารขั้นตอนการทำงานมักยาวสี่ถึงห้าหน้า และมีเงื่อนไขแตกย่อยเยอะมาก พนักงานหน้าร้านอ่านไม่ทันตอนลูกค้ายืนรออยู่ตรงหน้า
สารแบบนี้คำถามในหัวคนอ่านคือ ตอนนี้ฉันต้องทำอะไรต่อ โครงที่ตอบคำถามนี้คือลำดับขั้นตอน
พอชินกับสามขั้นแล้ว เรารวบทั้งสามขั้นไว้ใน prompt เดียวได้เลย แต่ลำดับความคิดยังเหมือนเดิมทุกอย่าง
จากเอกสารขั้นตอนนี้
1. คัดเฉพาะขั้นตอนที่ [ใครคือคนทำ] ต้องทำเอง
ขั้นตอนที่เป็นงานหลังบ้านตัดออก
2. จัดเป็นเส้นทางเดียวที่เดินตามได้ ถ้ามีทางแยกให้แสดงเป็นทางแยก
ไม่เกิน 2 ทางแยก
3. ทำเป็น infographic แนวตั้ง 2:3
แต่ละขั้นมีเลขกำกับ อ่านจากบนลงล่าง
จุดที่ผิดพลาดบ่อยให้ทำเป็นกล่องเตือนสีส้ม
ข้อความภาษาไทยทั้งหมด สะกดตรงตามที่ระบุทุกตัวอักษรข้อหนึ่งคือหัวใจครับ เอกสารขั้นตอนมักปนงานของหลายฝ่ายอยู่ในไฟล์เดียว ถ้าไม่สั่งตัด ภาพจะยาวและไม่มีใครใช้
ถ้าอยากเก็บหลักคิดและ Prompt ไว้ใช้ต่อ ดาวน์โหลดเอกสารฟรี คิดก่อนสั่ง ได้ที่ลิงก์นี้ครับ
- ดาวน์โหลดเอกสารฟรี คิดก่อนสั่ง เก็บไว้อ่านประกอบและใช้กับงานของคุณ
ก่อนทำ ถามตัวเองก่อนว่าควรเป็น infographic จริงไหม
พอเป็นตัวเลข หลายคนจะรีบทำเป็น dashboard ทั้งที่เส้นแบ่งง่ายมาก
dashboard ทำไว้ให้คนที่รู้บริบทอยู่แล้ว เอาไว้เฝ้าดูตัวเลขที่เปลี่ยนทุกเดือน ตัวเลขเยอะได้ ยิ่งครบยิ่งดี
infographic ทำไว้ให้คนที่ไม่ได้อยู่ในห้องประชุมกับเรา เอาไว้เล่าข้อสรุปครั้งเดียวจบ ตัวเลขต้องเหลือน้อยที่สุด
ถ้างานคือดูยอดรายเดือน ให้ทำ dashboard ครับ แต่ถ้างานคือบอกใครสักคนว่าตัวเลขชุดนี้กำลังบอกอะไรเรา นั่นแหละคืองานของ infographic
3 จุดที่ต้องตรวจเองก่อนใช้ภาพจาก AI
ผมอยากบอกข้อจำกัดที่เจอจริงด้วย เพราะบทความที่โชว์แต่ของสวย ๆ ไม่ช่วยอะไรเลยตอนเอาไปใช้จริง
- ตัวเลขต้องตรวจทานกับต้นฉบับทุกตัว ส่วนใหญ่ถูก แต่ส่วนใหญ่ถูกกับถูกทั้งหมดเป็นคนละเรื่องกันเวลาเอาเข้าห้องประชุม
- การแก้ทีละจุดยังไม่นิ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ บางครั้งขอแก้จุดเดียว แต่จุดอื่นขยับตามนิดหน่อย ต้องเทียบภาพก่อนหลังทุกครั้ง
- ตัวหนังสือเล็กมาก ๆ อย่าง caption ท้ายภาพ ยังมีโอกาสสะกดเพี้ยน ถ้าข้อความนั้นสำคัญ อย่าปล่อยให้มันเล็ก
สังเกตว่าทั้งสามข้อเป็นเรื่องการตรวจงาน ไม่ใช่เรื่องการทำงาน แปลว่างานที่หนักที่สุดย้ายมาอยู่ที่เราแล้ว คือที่การตัดกับการจัด ซึ่งก็คือสองขั้นแรกที่คุยกันมาทั้งบทความ
สรุป
เอกสารคนละชนิดกัน แต่ใช้วิธีคิดเดียวกันหมด ตัด จัด วาด
ตัดคือเลือกว่าคนอ่านควรจำอะไรกลับไป จัดคือเลือกโครงที่ตอบคำถามในหัวคนอ่าน วาดคือบอก AI ให้ชัดว่าอะไรใหญ่อะไรเล็ก
และเรื่องที่อยากให้จำที่สุดคือ สองขั้นแรกคุณเป็นคนเลือก ส่วน AI ช่วยเสนอทางเลือกและสร้างภาพตามโจทย์ที่ตัดสินใจแล้ว
วันไหนที่รู้สึกว่าสั่ง AI แล้วได้ของไม่ตรงสักที ลองถอยกลับมาถามตัวเองว่า เราตัดกับจัดมาหรือยัง หรือเรากระโดดไปสั่งวาดเลย
ถ้าอยากเก็บหลักคิดและ Prompt ไว้ใช้ต่อ ดาวน์โหลดเอกสารฟรี คิดก่อนสั่ง ได้ที่ลิงก์นี้ครับ
- ดาวน์โหลดเอกสารฟรี คิดก่อนสั่ง เก็บไว้อ่านประกอบและใช้กับงานของคุณ
ถ้าอยากฝึกใช้ AI กับงานให้เป็นระบบมากขึ้น ดูคอร์สออนไลน์ของผมได้ที่ลิงก์ด้านล่างครับ